วันศุกร์ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

7.จงอธิบาย ลักษณะทางกฎหมายมหาชนของประโยชน์สาธารณะ มาพอสังเขป

ประโยชน์สาธารณะเป็นวัตถุประสงค์ของรัฐในการดำเนินการเพื่อตอบสนองความต้องการของคนส่วนใหญ่ในสังคม ลักษณะของประโยชน์สาธารณะอาจอธิบายเป็นข้อ ๆ ได้ ดังต่อไปนี้


1) ประโยชน์สาธารณะ คือ การดำเนินการของรัฐเพื่อตอบสนองความต้องการของคนส่วนใหญ่ในสังคมมิใช่เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ดำเนินการนั้นเอง หรืออาจกล่าวได้ว่า ประโยชน์สาธารณะเป็นความต้องการของบุคคลแต่ละคนที่ตรงกันและมีจำนวนมากจนเป็นคนหมู่มากหรือเป็นคนส่วนใหญ่ของสังคมจนความต้องการนั้น ถูกยกระดับให้เป็นประโยชน์สาธารณะ

2) การพิจารณาว่าเรื่องใดเป็นความต้องการของคนส่วนใหญ่หรือเป็นประโยชน์สาธารณะหรือไม่ เนื่องจากความต้องการของแต่ละบุคคลนั้นเป็นภาวะความรู้สึกทางด้านจิตใจ ดังนั้น จึงจำเป็นต้องมีองค์กรใดองค์กรหนึ่งเป็นผู้กำหนดว่าเรื่องใดเป็นประโยชน์สาธารณะ โดยทั่วไปถือว่าได้แก่รัฐสภา เนื่องจากเหตุผลว่ารัฐสภาเป็นศูนย์รวมของผู้แทนที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนทั่วประเทศ ด้วยเหตุนี้จึงถือว่า เรื่องใดที่รัฐสภาพิจารณาแล้ว ย่อมถือเป็นความต้องการของประชาชนด้วย กล่าวคือ ผู้แทนของประชาชนได้แสดงเจตนารมณ์ร่วมกันของประชาชนในกรณีนั้น ๆ แล้ว ดังนั้นหากรัฐสภาได้ตรากฎหมายให้รัฐหรือหน่วยงานของรัฐมีอำนาจดำเนินการในเรื่องใด เรื่องนั้นก็คือความต้องการของคนส่วนใหญ่หรือเป็นประโยชน์สาธารณะนั่นเอง

3) ประโยชน์สาธารณะเป็นเรื่องที่ฝ่ายปกครองมีหน้าที่ต้องดำเนินการเพื่อตอบสนองความต้องการของสังคม ดังนั้นฝ่ายปกครองจึงไม่อาจจะเลือกใช้ดุลพินิจได้ว่าจะดำเนินการหรือไม่ดำเนินการในเรื่องที่เป็นประโยชน์สาธารณะ และถ้าเป็นกฎหมายที่ รัฐสภาได้ตราออกมาให้อำนาจแก่ฝ่ายปกครองเพื่อดำเนินการแล้วหากฝ่ายปกครองไม่ดำเนินการย่อมเป็นการอันมิชอบซึ่งฝ่ายปกครองอาจจะต้องรับผิดเรื่องค่าเสียหาย อีกด้วยหากมีเอกชนได้รับความเสียหายจากการไม่ดำเนินการนั้น ลักษณะดังกล่าวเป็นความแตกต่างระหว่าง อำนาจ ในกฎหมายมหาชน กับ สิทธิ ในกฎหมายเอกชน กล่าวคือ สิทธิในกฎหมายเอกชน นั้นเจ้าของสิทธิอาจจะงดเว้นไม่ใช้สิทธิของตนก็ได้ แต่ อำนาจในกฎหมายมหาชน ไม่ใช่ สิทธิ ด้วยเหตุนี้ในเรื่องที่กฎหมายกำหนดให้ฝ่ายปกครองมีอำนาจดำเนินการฝ่ายปกครองจึงไม่อาจจะอ้างได้ว่าเป็นสิทธิของฝ่ายปกครองที่จะใช้หรือจะไม่ใช้อำนาจนั้น

6.ท่านมีความเข้าใจหน้าที่ของศาลปกครองว่าอย่างไร เพราะเหตุใดจึงต้องใช้หลักกฎหมายมหาชนในศาลปกครอง ให้อธิบายมาพอสังเขป

ศาลปกครอง คือ องค์กรทางศาล ทำหน้าที่พิจารณาคดีปกครอง และควบคุมความชอบด้วยกฎหมายของฝ่ายปกครองโดยวิธีการในลักษณะข้อพิพาท ผู้มีอำนาจวินิจฉัยคดีปกครองมีความเป็นอิสระ มีกระบวนการพิจารณาที่แน่นอน มีเงื่อนไขการฟ้องและกำหนดอายุความ ลักษณะสำคัญของการควบคุมโดยศาลปกครองก็คือ ศาลปกครองใช้หลักกฎหมายมหาชนซึ่งเป็นหลักกฎหมายที่แตกต่างไปจากหลักกฎหมายเอกชน กล่าวคือ เป็นหลักกฎหมายที่ใช้กับคดีปกครองซึ่งคู่กรณีมีฐานะไม่เสมอภาคกัน คือ เป็นกรณีระหว่างฝ่ายปกครองกับเอกชน การนำหลักกฎหมายเอกชนซึ่งใช้สำหรับคู่กรณีที่มีความเสมอภาคกันมาใช้กับคดีปกครองในกระบวนการของศาลปกครองจึงไม่เหมาะสม และอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชน หรือต่อประโยชน์ของรัฐ ศาลปกครองจะทำหน้าที่เพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนจากการใช้อำนาจอันมิชอบด้วยกฎหมายของฝ่ายปกครองซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ

5.องค์ประกอบของรัฐมีอะไรบ้าง จงอธิบาย

องค์ประกอบสำคัญของรัฐ มี 4 ประการ คือ


1. ประชากร รัฐทุกรัฐจะต้องมีประชากรจำนวนหนึ่งซึ่งเป็นกลุ่มคนที่มีจุดมุ่งหมายและมีประโยชน์ร่วมกัน จำนวนประชากรของแต่ละรัฐอาจมีมากน้อยแตกต่างกันไป ที่สำคัญคือ จะต้องมีประชากรดำรงชีพอยู่ภายในขอบเขตของรัฐนั้น

2. ดินแดน รัฐต้องมีดินแดนอันแน่นอนของรัฐนั้น กล่าวคือ มีเส้นเขตแดนเป็นที่ยอมรับของนานาประเทศทั้งโดยข้อเท็จจริงและโดยสนธิสัญญา ทั้งนี้รวมถึงพื้นดิน พื้นน้ำและพื้นอากาศ

3. อำนาจอธิปไตย อำนาจอธิปไตย คือ อำนาจรัฐ หมายถึง อำนาจสูงสุดในการปกครองประเทศ ทำให้รัฐสามารถดำเนินการทั้งในส่วนที่เกี่ยวกับการปกครองภายในและภายนอก

4. รัฐบาล รัฐบาลคือ องค์กรหรือหน่วยงานที่ดำเนินงานของรัฐในการปกครองประเทศ รัฐบาลเป็นผู้ทำหน้าที่สาธารณะสนองเจตนารมย์ของสาธารณชนในรัฐ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของประชาชนและป้องกันการรุกรานจากรัฐอื่น รัฐบาลเป็นองค์กรทางการเมืองที่ขาดไม่ได้ของรัฐ

4.จงอธิบายความหมายของกฎหมายมหาชน และ ลักษณะเฉพาะ 6 ประการของกฎหมายมหาชนมีอย่างไรบ้าง

ความหมายของกฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่กำหนดความสัมพันธ์ระหว่างรัฐ หน่วยงานของรัฐรวมทั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐกับราษฎร ในลักษณะที่รัฐ หน่วยงานของรัฐ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐมีเอกสิทธิ์หรือมีสถานะเหนือกว่าราษฎรซึ่งเป็นเอกชน จากคำอธิบายของศาสตราจารย์ผู้เชี่ยวชาญทางกฎหมายมหาชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ สรุปได้ว่า ? กฎหมายมหาชนเป็นกฎหมายที่ว่าด้วยการใช้อำนาจรัฐเกี่ยวกับการปกครอง หรือ เป็นกฎหมายที่เกี่ยวกับการจัดระเบียบการปกครองของรัฐ ?

 ลักษณะเฉพาะ 6 ประการของกฎหมายมหาชน มีดังต่อไปนี้ :-

1) กฎหมายมหาชนเป็นกฎหมายที่ใช้ในการปฏิรูป? อาทิเช่น การปฏิรูปการปกครอง การปฏิรูปการเมือง การปฏิรูปการศึกษา การปฏิรูปเศรษฐกิจ ฯลฯ การปฏิรูปดังกล่าว เป็นการที่รัฐใช้อำนาจตามกฎหมายมหาชนเพื่อเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง อันเป็นการพัฒนาชาติและสังคม

 2) กฎหมายมหาชนเป็นกฎหมายที่ใช้กับนิติบุคคลตามกฎหมายมหาชนและบุคคลธรรมดา นิติบุคคลตามกฎหมายมหาชน ได้แก่ กระทรวง ทบวง กรม จังหวัด องค์กรส่วนท้องถิ่น เช่น องค์การบริหารส่วนจังหวัด องค์การบริหารส่วนตำบล เทศบาล กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา รัฐวิสาหกิจ วัดในพระพุทธศาสนา และองค์การมหาชน

ส่วนบุคคลธรรมดา ได้แก่ เอกชน หรือประชาชนทั่วไป

 3) กฎหมายมหาชนเป็นกฎหมายที่มีเพื่อสาธารณะประโยชน์? สาธารณะประโยชน์หมายถึง ประโยชน์อันเป็นส่วนรวมของคนหมู่มาก? หลักกฎหมายมหาชนล้วนมีวัตถุประสงค์เพื่อสาธารณะประโยชน์ทั้งสิ้น

 4) กฎหมายมหาชนเป็นกฎหมายที่ไม่เสมอภาค สามารถบังคับเอาได้? กล่าวคือ ความไม่เสมอภาคจะปรากฏให้เห็นในลักษณะที่เป็น ?เอกสิทธิ์? ของฝ่ายปกครองที่มีฐานะอยู่เหนือเอกชน? ส่วนที่ว่าเป็นกฎหมายที่มีลักษณะบังคับนั้น? คือ การที่ฝ่ายปกครองมีเอกสิทธิ์เหนือเอกชน ทำให้คำสั่งทางปกครองมีสภาพบังคับต่อเอกชนโดยทันที

 5) กฎหมายมหาชนมีวัตถุประสงค์ในการควบคุมอำนาจรัฐและหน่วยงานของรัฐ เจ้าหน้าที่ของรัฐและฝ่ายปกครอง กล่าวคือ ในรัฐเสรีนิยมประชาธิปไตยนั้น รัฐ หน่วยงานของรัฐ เจ้าหน้าที่ของรัฐ และฝ่ายปกครองนั้นเองก็จะต้องอยู่ภายใต้กฏเกณฑ์ของกฎหมายเช่นเดียวกัน

 6) ลักษณะพัฒนาการของกฎหมายมหาชน?? พัฒนาการของกฎหมายมหาชนกับกฎหมายเอกชนมีความแตกต่างกันมาก กฎหมายเอกชนนั้นมีการศึกษาอย่างต่อเนื่องและมีพัฒนาการมาโดยตลอด ส่วนกฎหมายมหาชนนั้น มีข้อจำกัดในเรื่องการศึกษาและพัฒนาการ เนื่องจาก เป็นกรณีที่ต้องไปวิพากษ์วิจารณ์อำนาจรัฐ? พัฒนาการของกฎหมายมหาชนจึงขาดความต่อเนื่อง

3.ขอให้นักศึกษาอธิบาย ?ความหมายของกฎหมายมหาชน และขอให้อธิบายด้วยว่า เอกสิทธิ์ทางปกครอง ซึ่งองค์กรใช้อำนาจรัฐฝ่ายปกครองมีอยู่เหนือเอกชนนั้น นักศึกษาเข้าใจว่าอย่างไร

ในประเด็นแรก คือ ความหมายของกฎหมายมหาชน นั้น ได้มีนักกฎหมายมหาชน ผู้เชี่ยวชาญหลายท่านได้ให้คำอธิบายความหมายของกฎหมายมหาชนไว้ อาทิเช่น ศาตราจารย์ อังเดร โลบาแดร์ , ศาสตราจารย์ มอรีส ดูแวร์เช่ , ศาสตราจารย์ แบร์นา บราเช่ , ศาสตราจารย์ ดร. หยุด แสงอุทัย? , ดร.ปรีดี พนมยงค์ และ ฯลฯ สรุปความหมายโดยรวมแล้วอธิบายได้ว่า กฎหมายมหาชนนั้นหมายถึง ?กฎหมายซึ่งรวมทั้งกฎเกณฑ์ทางกฎหมายที่เกี่ยวกับ รัฐ อำนาจรัฐ และ ความสัมพันธ์ระหว่างอำนาจรัฐกับองค์กรใช้อำนาจรัฐด้วยกันอย่างหนึ่งและความสัมพันธ์ระหว่างอำนาจรัฐกับพลเมืองซึ่งเป็นเอกชนผู้อยู่ภายใต้อำนาจรัฐอีกอย่างหนึ่ง


ส่วน รศ.ดร.ภูริชญา วัฒนรุ่ง ได้อธิบายไว้ว่า กฎหมายมหาชนได้แก่ กฎหมายที่กล่าวกำหนดถึงกฎเกณฑ์ทางกฎหมายทั้งหลายเกี่ยวกับ สถานะและอำนาจ ของรัฐและผู้ปกครอง รวมทั้งเป็นกฎเกณฑ์ทางกฎหมายที่กำหนดความสัมพันธ์ระหว่างรัฐและผู้ปกครองกับพลเมืองผู้อยู่ใต้ปกครองในฐานะที่รัฐและผู้ปกครองมีเอกสิทธิ์ทางปกครองเหนือพลเมืองซึ่งอยู่ในฐานะเป็นเอกชน

ในประเด็น เอกสิทธิ์ทางปกครอง อธิบายได้ว่า ในกฎหมายมหาชนนั้นความสัมพันธ์ระหว่างรัฐซึ่งรวมทั้งองค์กรและเจ้าหน้าที่ของรัฐกับพลเมืองซึ่งเป็นเอกชน มีสถานะที่ไม่เท่าเทียมกัน ทั้งนี้เพราะเหตุว่า รัฐในฐานะเป็น ฝ่ายปกครอง มีภาระกิจใน ?การรักษาความสงบเรียบร้อยอย่างหนึ่งและมี ภาระกิจในการจัดทำบริการสาธารณะ (public service) อีกอย่างหนึ่ง ภาระกิจทั้งสองประการนี้ถือว่าเป็น ประโยชน์สาธารณะ ดังนั้น รัฐในฐานะที่เป็น ฝ่ายปกครอง จึงต้องมี อำนาจมหาชน (uissance public) อันทำให้ฝ่ายปกครองสามารถบังคับได้ฝ่ายเดียวเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จในการดำเนินการดังกล่าว แต่มิใช่ว่าการมีอำนาจดำเนินการได้ฝ่ายเดียวนั้นจะเป็นการอันไม่เป็นธรรม ทั้งนี้เพราะว่าการดำเนินการของฝ่ายปกครองนั้นจะต้องอยู่ภายใต้หลักความชอบด้วยกฎหมายด้วย

วันพฤหัสบดีที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

2.คำกล่าวที่ว่า การควบคุมการใช้อำนาจรัฐโดยฝ่ายตุลาการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัจจุบัน เราใช้ระบบศาลคู่นั้นนับเป็นวิธีการควบคุมการใช้อำนาจรัฐที่ได้ผลกว่าวิธีอื่น ๆ

การควบคุมการใช้อำนาจรัฐโดยฝ่ายตุลาการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัจจุบัน เราใช้ระบบศาลคู่นั้นนับเป็นวิธีการควบคุมการใช้อำนาจรัฐที่ได้ผลกว่าวิธีอื่น ๆ


ปัจจุบันมีวิธีการควบคุมการใช้อำนาจรัฐอยู่อย่างไร และที่ว่าวิธีการดังกล่าวได้ผลดีกว่าทุก ๆ วิธีในการควบคุมการใช้อำนาจรัฐอื่น ๆ ท่านเห็นด้วยหรือไม่? เพราะเหตุใด? จงอธิบาย


แนวคำตอบ

นักศึกษาอาจตอบว่า เห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วยกับคำกล่าวข้างต้นได้ แต่สำคัญคือ เหตุผลในการตอบเช่นนั้น เช่น หากนักศึกษาเห็นว่าวิธีการควบคุมการใช้อำนาจรัฐ โดยนิติบัญญัติ (การเมือง) หรือการควบคุมภายในโดยฝ่ายบริหารได้ผลดีกว่า ก็ต้องให้เหตุผล ชี้ให้เห็นข้อดีดังกล่าวได้เป็นต้นว่า วิธีควบคุมภายในโดยฝ่ายบริหารนั้นมีความรวดเร็ว และอาจมีการยกเลิกเพิกถอนคำสั่งทางปกครองได้ในทันที เร็วกว่าศาลปกครอง ซึ่งต้องใช้กฎหมายและมีกระบวนวิธีพิจารณาก็เป็นได้ แต่วิธีการดังกล่าวก็ยังขาดหลักประกันอยู่ และหากนักศึกษาเห็นด้วยกับคำกล่าวที่เป็นปัญหาที่ถามมา นักศึกษาอาจให้เหตุผลว่า แม้วิธีการโดยฝ่ายตุลาการอาจจะล่าช้าอยู่บ้าง แต่ก็นับว่าเป็นการควบคุมการใช้อำนาจรัฐที่ดี ทั้งนี้เพราะมีกฎหมายเฉพาะในการดำเนินการ กล่าวคือ พ.ร.บ. รับผิดในทางละเมิดของเจ้าหน้าที่รัฐ พ.ศ. 2539, พ.ร.บ. วิธีปฏิบัติราชการในทางปกครอง พ.ศ. 2539, พ.ร.บ. จัดตั้งและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 จึงนับได้ว่า การควบคุมโดยทางฝ่ายตุลาการ (ศาลคู่) มีหลักประกันที่ดีกว่า เมื่อเปรียบเทียบกับการควบคุมการใช้อำนาจรัฐ ในวิธีการอื่น ๆ สำหรับวิธีการควบคุมการใช้อำนาจรัฐนั้น มี 2 รูปแบบ

1. แบบป้องกัน (ก่อน) นักศึกษาระบุรายละเอียดได้

2. แบบแก้ไข (ภายหลัง) นักศึกษาระบุรายละเอียดได้

นักศึกษาอธิบายรายละเอียดของการควบคุมการใช้อำนาจรัฐ ทั้งก่อนและหลัง ที่จะมีนิติกรรมทางปกครอง หรือคำสั่งทางปกครองได้ (เป็นดุลพินิจของผู้ตรวจ)

1.ความหมายและความแตกต่างระหว่างกฎหมายมหาชน และกฎหมายเอกชน

ความหมายและความแตกต่างระหว่างกฎหมายมหาชน และกฎหมายเอกชน

ความหมายของกฎหมายมหาชน

กฎหมายมหาชน ได้แก่ ?กฎหมายที่กล่าวกำหนดถึงกฎเกณฑ์ทางกฎหมายทั้งหลายที่เกี่ยวข้องกับ สถานะและอำนาจ ของรัฐและผู้ปกครอง รวมทั้งกฎเกณฑ์ทางกฎหมายที่กำหนดความสัมพันธ์ระหว่างรัฐและผู้ปกครองกับพลเมืองผู้อยู่ใต้ปกครอง ในฐานะที่รัฐและผู้ปกครองมีเอกสิทธิ์ทางปกครองเหนือพลเมืองซึ่งอยู่ในฐานะเป็นเอกชน
ความแตกต่างของกฎหมายมหาชนกับกฎหมายเอกชน

1) ความแตกต่างขององค์กรหรือตัวบุคคลที่เข้าไปมีนิติสัมพันธ์ กล่าวคือ ในกฎหมายมหาชน องค์การหรือบุคคลที่เข้าไปมีนิติสัมพันธ์ คือ รัฐ หน่วยงานของรัฐ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐฝ่ายหนึ่ง กับเอกชนอีกฝ่ายหนึ่ง แต่กรณีของกฎหมายเอกชน ตัวบุคคลที่เข้าไปทำนิติสัมพันธ์คือ เอกชน กับ เอกชน

2) ความแตกต่างทางด้านเนื้อหาและความมุ่งหมาย กฎหมายมหาชนมีจุดมุ่งหมายเพื่อสาธารณประโยชน์ และการให้บริการสาธารณะ โดยไม่ได้มุ่งหวังในเรื่องกำไร ส่วนกฎหมายเอกชนนั้น มีจุดมุ่งหมายเพื่อประโยชน์ของเอกชนแต่ละคน แต่บางกรณีซึ่งเป็นข้อยกเว้น? เอกชนก็อาจทำเพื่อประโยชน์ส่วนรวมได้ เช่น การตั้งมูลนิธิ หรือ สมาคมเพื่อการกุศล และสาธารณประโยชน์

3) ความแตกต่างทางด้านรูปแบบของนิติสัมพันธ์ กล่าวคือ กฎหมายมหาชนมีลักษณะเป็นการบังคับและหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งจะปรากฎออกมาเป็นรูปคำสั่งหรือข้อห้ามที่เรียกว่าการกระทำฝ่ายเดียว อันเป็นการกระทำซึ่งฝ่ายปกครองสามารถกำหนดหน้าที่ทางกฎหมายให้กับอีกฝ่ายหนึ่งโดยที่เอกชนไม่ได้ตกลงยินยอมด้วย ส่วนกฎหมายเอกชนนั้น ตั้งอยู่บนพื้นฐานของหลักความเสมอภาค หลักความเป็นอิสระในการแสดงเจตนาและเสรีภาพในการทำสัญญา ซึ่งคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งจะบังคับฝ่ายเดียวโดยปราศจากความยินยอมของอีกฝ่ายหนึ่งไม่ได้

4) ความแตกต่างทางด้านนิติวิธี กล่าวคือ วิธีคิดวิเคราะห์ปัญหาทางกฎหมายเอกชนและกฎหมายมหาชนจะแตกต่างกัน นิติวิธีของกฎหมายมหาชนจะไม่นำหลักกฎหมายเอกชนมาใช้โดยตรงกับปัญหาทางกฎหมายมหาชน แต่จะสร้างหลักของกฎหมายมหาชนขึ้นมาใช้เพื่อแก้ไขเยียวยาปัญหานั้น ส่วนนิติวิธีทางกฎหมายเอกชนนั้น จะเน้นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเอกชนและมุ่งรักษาประโยชน์ของเอกชนด้วยกัน

5) ความแตกต่างทางด้านนิติปรัชญา กล่าวคือ นิติปรัชญากฎหมายมหาชนนั้น มุ่งประสานประโยชน์สาธารณะกับการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคล แต่นิติปรัชญากฎหมายเอกชน เน้นความที่ความเท่าเทียมกันและตั้งอยู่บนหลักเสรีภาพรวมทั้งความสมัครใจของคู่กรณี

6) ความแตกต่างในเรื่องเขตอำนาจศาล กล่าวคือ ข้อพิพาททางกฎหมายมหาชนจะขึ้นสู่การพิจารณาวินิจฉัยของศาลพิเศษ ได้แก่ ศาลปกครองหรือศาลรัฐธรรมนูญ ส่วนข้อพิพาทตามกฎหมายเอกชนจะขึ้นสู่การพิจารณาวินิจฉัยของศาลยุติธรรม ได้แก่ ศาลแพ่ง ศาลอาญา